Netflix Season 4 ep.5 Fagan ( Michael Fagan )
กลับมาดูเดอะคราวน์รอบที่ ...เพราะเปลี่ยนภาษาแต่ยังซับไทยไว้อยู่ ตอนนี้น่าสนใจมากค่ะ เมื่อชายชาวอังกฤษคนนึงบุกถึงห้องนอนราชินีเพื่อร้องทุกข์ เป็นเรื่องราวชีวิตของนาย ไมเคิล ฟาแกน ในยุคนายกฯหญิงแทตเชอร์ที่มีคนตกงานจำนวนกว่า 3 ล้านคน ขณะเดียวกันก็มีการทำสงครามฟอล์กแลนด์ ระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนตน่า นาย ไมเคิล ฟาแกน แต่งงานมีครอบครัว ภรรยาและลูก 2 คน แต่ในสถานะตกงานเขาได้ใช้ชีวิตและเลี้ยงชีพด้วยเงินตกงานจากทางรัฐ จากนั้นภรรยาของเขาก็ได้มีคนรักใหม่ และพาลูกทั้ง2คนไปด้วย นายไมเคิล พยายามที่จะหาทางรับลูกกลับมาดูแล แต่ว่าบ้านที่เขาอยู่ไม่มีสภาพดีพอที่จะรับลูกสาวมาอยู่ด้วยได้ จึงได้ไปติดต่อหน่วยงานเพื่อขอเงินมาปรับปรุงบ้าน แต่ว่าด้วยระบบราชการ รอแล้วรอเล่าเรื่องไม่ไปถึงไหนสักที เขาพูดว่าแจ้งเรื่องมานานแต่ไม่เคยคืบหน้า นายกแทนที่จะเอาเงินมาช่วยคนตกงาน แต่กลับเอาไปทำสงคราม จนเจ้าหน้าที่คนนึงพูดประชดขึ้นว่าถ้าอยากร้องเรียนก็ให้ไปบอกราชินี เพื่อราชินีจะได้บอกนายกถึงความเดือดร้อนของประชาชน ใครจะคิดว่าเขาจะทำจริง..นายไมเคิล ฟาแกน สามารถหลบเข้าไปถึงห้องนอนราชินีได้ และบทสนทนาของเขากับราชินีในซีรีส์นี้ ก็ฉุกใจมาก เขาบอกแก่ราชินีว่าให้ช่วยเหลือประชาชนให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของนายกแทชเชอร์ เพราะแทตเชอร์ทำคนตกงาน 3 ล้านคน เศรษฐกิจไม่ดี งานหดหาย ตามด้วยความมั่นใจ และ"ความรักในสายตาภรรยาก็หายไป"...และอีกประโยคนึงคือ "สำนึกต่อชุมชน การเห็นใจต่อคนอื่นมันหายไปหมดแล้ว " บทสนทนาระหว่างราชินี กับนายไมเคิล ฟาแกน ในรายละเอียดที่มากกว่านี้ คือดี ทำให้เราเห็นมุมมองความคิดตามสถานะของแต่ละฝั่ง ระหว่างประชาชน กับสถาบัน ส่วนนายกนั้นจากตอนที่แล้วบอกว่า ต้องใช้"ยาแรง"กับเศรษฐกิจแบบนี้ ตอนที่ดูคือแบบ..เอ..ผู้นำประเทศมีความคิดอะไรที่เราคิดไม่ถึง คิดไม่ทัน..หรือคิดไม่ได้เท่า ส่วนคลิปนี้ วิเคราะห์สถานการณ์ PYMK EP20 มาร์กาเรต แทตเชอร์ นายกหญิง 3 สมัย ผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร https://www.youtube.com/watch?v=8X_FKwl3A7U&list=PLg523oxEzw_bLN5wKwvsZjlDo2c1XMc_X&index=11Thailande Vacance Tranquille
Welcome to Thailand, Land of Smile. As you love travel like me I hope here is a little helpfull for your trip in Thailand. Enjoy and have fun !
Aug 26, 2021
Aug 24, 2021
Dec 22, 2016
Aug 31, 2016
Koh Tao : เรือลมพระยา เกาะเต่ารีสอร์ท
รุ่งขึ้นรอรถตู้มารับจากกาญไปข้าวสาร นัดเวลาไว้บ่ายโมง
วันนี้ไม่มีแขกเลย เราเลยนั่งกัน2คนสบาย แต่คนขับท่าทางจะไม่ได้นอน
เราเลยต้องคอยชวนคุยไปเรื่อยๆ หาลูกอมให้แกอมตลอดทาง
รถตู้มาถึงข้าวสารบ่ายเกือบบ่าย 3 ให้ทิปคนขับ 20 บาท
มาถึงก็ไปติดต่อที่บริษัทลมพระยา เราจองตั๋วไว้แล้วทางเน็ต
แรกๆก็มีปัญหาจ่ายเงินตัดบัตรเรียบร้อย แต่ไม่มีคอนเฟิร์ม
ต้องเช็คกันวุ่นวาย สุดท้ายก็หาบุ๊คกิ้งเราเจอ ค่ารถ+เรือ 2 คน 3300 บาท
ตอนแรกเราว่าจะนั่งเครื่องไปลงสมุยแล้วต่อเรือ ตกคนละเกือบ 10000บาท
เลยบอกงั้นเรานั่งรถทัวร์เหอะ เอาส่วนที่เหลือมาจากค่าโรงแรมแทน
ฝากกระเป๋าไว้ที่ทัวร์ แล้วเราก็ไปเดินเล่นที่ข้าวสารกัน เดินหาซื้อยากันยุง
มาเช็คอินตอน 1 ทุ่มครึ่ง และรอรถ 3 ทุ่ม รถที่มารับนี่ก็ขับมาส่งแขก
จากชุมพรรอบบ่ายโมง แล้วรับแขกกลับรอบ 3 ทุ่มนี่เลย ใช้งานคุ้มดี
กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับบนรถ เพราะมันสั่น สงสารคุณสามีมาก พามาลำบาก
นั่งรถมาถึงท่ามะขาม ตี 5 แล้วรอเรือออกตอน 7 โมงเช้า
นึกว่ามีกาแฟฟรี แต่ไม่มีฟรแฮะ จ่ายไปแก้วละ 35 บาท

พอ 7 โมงเรือออก เราไปจองที่นั่งบนเรือ เอาชั้น 3 ละกัน ชมวิว เช้าๆแดดไม่ร้อน
นั่งเรือไปชั่วโมงครึ่ง เรือไปจอดท่าแรกที่เกาะนางยวน
เห็นสันทรายขาวๆ แล้วก็ขอแชะหน่อยละกัน เดี๋ยวจะมาแวะนะจ๊ะ มีเวลาเยอะเลย

แล้วเรือก็มาจอดท่าที่ 2 เกาะเต่า ลงเรือก็มารอรับกระเป๋า แล้วไปรอรถโรงแรม
ทางโรงแรมบอกว่าจะมีรถมารับ คนขับใส่เสื้อสีส้ม ถือป้ายรออยู่
ออกไปทางเดินก็เจอเลยป้ายชื่อเรา นางปรานี......เห็นนางนำหน้ารู้สึกว่าตัวเองแก่จัง

รถมาส่งที่โรงแรม เราก็ไปเช็คอินเอากระเป๋าเก็บเข้าห้อง แล้วไปนั่งดื่มซะหน่อย
ดื่มเสร็จพากันมานอนเอาแรงที่ห้อง วันนี้ไม่ทำอะไรจะนอน เมื่อคืนไม่ได้นอนกันเลย
ตื่นมาก็สำรวจห้อง เราพักห้องดีลักซ์ ตอนแรกจะจองบังกะโล แต่เปลี่ยนใจ
กลัวว่ามันจะไกลหาด คุณสามีบอกว่ามาเที่ยวทะเล ก็ให้มันใกล้ทะเลหน่อย
แต่พอมาถึงโรงแรมแล้ว บังกะโลกะดีลักซ์ บังกะโลใกล้หาดกว่าอีก 555
ห้องก็กว้างขวางดี มี 1 เตียงใหญ่ กะ 1 เตียงเล็ก ห้องน้ำฝักบัวธรรมดา
ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ ดูมีคราบเหลืองๆที่ส้วม และผ้ายางกั้นอาบน้ำ
ท่อน้ำก็มีกลิ่น ประตูห้องก็ปิดไม่ค่อยสนิท ดูไม่ค่อยหนาแน่น
ท่ามีโจรมาแงะนี่ก็ไม่น่ายาก

อ่าวโฉลกบ้านเก่า อ่าวกว้างจริง วันแรกที่ไปถึง กลิ่นทะเลแรงมาก กลิ่นเค็ม
แมลงวันก็เยอะจริงๆ กินข้าวไป ก็มีพนักงานมาไล่แมลงวันให้ด้วย

--------------------------------------------------------------
เล่าประสบการณ์จองโรงแรม
กลับไทยทุกครั้งเราจะเป็นคนจองโรงแรม โดยใช้ชื่อเราจอง ชื่อไทยๆนี่ล่ะ
เหตุผล ถ้าใช้ชื่อเราจอง เวลาไปเอากุญแจที่ฟรอนท์ เขาจะได้ไม่ถามหา
บัตร ปชช เพราะถ้าเขาเกิดถามขึ้นมาเพราะคิดว่าเป็นอีหนู ตามที่เคยอ่านเจอในเน็ต
คุณสามีถามว่า แล้วทำไมคุณไม่ใช้ว่า มาดาม....+นามสกุลผม
เราตอบว่าไม่กล้าใช้หรอก เพราะ บัตร ปชช หรือ พาสปอร์ต ไม่ได้เปลี่ยนตามนั้น
เดี๋ยวเขาหาว่าโมเมหรือโอ้อวด...คิดมากไปรึเปล่าเนี่ย เอาน่ากันไว้ดีกว่าแก้
เวลาเช็คอิน ยื่นพาสปอร์ตตลอด พาสฯไทยนี่ล่ะ แล้ว จนท. ก็จะบอกว่า
บัตร ปชช ก็ได้ค่ะพี่ เราก็จะบอกว่า พาสฯนี่ล่ะ พี่รู้สึกปลอดภัยดี
ที่โรงแรมนี้ ก็เช็คราคาจากเว็บ สุดท้ายลองโทรติดต่อโรงแรมโดยตรง
ได้ราคาถูกกว่า
ครั้งแรกโทรไปสอบถามราคา แจ้งว่าจะโทรไปติดต่อทีหลัง
ขอชื่อเจ้าหน้าที่ไว้ และก็ให้ชื่อเรากับเจ้าหน้าที่ไว้ด้วย
รุ่งขึ้นโทรไปคอนเฟิร์มว่าจะจองห้อง ตอนโทรไปบอกว่า ที่โทรมาติดต่อไว้เมื่อวาน
จองห้องพัก 9 คืน ยังไม่ได้บอกชื่อ เจ้าหน้าที่บอกว่า "พี่คะ ลูกค้าหนูมีหลายคน จำไม่ได้หรอกค่ะ"
คิดในใจ ก็กำลังจะบอกชื่ออยู่นี่ไง เราผิดเองล่ะ ที่ไม่ได้บอกชื่อก่อน
พอคุยรู้เรื่อง เราก็ถามเรื่องจ่ายเงิน เราบอกว่าตอนนี้เรายังอยู่เมืองนอก
ถ้าเราไปถึงไทยแล้วจะโอนเงิน แต่ตอนนี้ขอจองให้ก่อน เจ้าหน้าที่บอกว่า
งั้นถึงเมืองไทยแล้ว ค่อยโทรมาจองอีกที นึกในใจ ตูจะได้ห้องไหมวะเนี่ย
พอเดินทางถึงเมืองไทยได้วันที่ 2 โทรไปแจ้งทางโรงแรมอีกว่าจองห้องนะ
และขอรายละเอียดการจ่ายเงินมัดจำ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ทางโรงแรมบอกว่า
จะออกใบให้ได้ ต้องได้รายการเดินทางของเราไปถึงเกาะเต่าด้วย จะได้ไปรับถูก
แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้คอนเฟิร์มจากเรือลมพระยา ก็เลยไม่มีให้ และยังไม่ได้จองโรงแรมที่เกาะเต่า
หลังจากที่เราโทรไปจัดการเรื่องตั๋วเรือที่ไม่เจอบุ๊คกิ้ง จนมีบุ๊คกิ้ง
เราขอให้ส่งใบคอนเฟิร์มเรือมาให้ทางเมลล์ จะได้เอาไปเช็คอิน แต่ก็ไม่ได้ส่งมา
จนท. ได้แต่บอกว่า มีหมายเลขบุ๊คกิ้งและหมายเลขคอนเฟิร์ม ก็เช็คอินได้
เราถามว่าแน่ใจนะว่าเช็คอินได้เพราะไม่อยากมีปัญหาทีหลัง จนท. คอนเฟิร์ม
เราถามชื่อ จนท. ไว้ จะได้เอาไปอ้างอิงถ้ามีปัญหา แต่เขาไม่ให้
บอกแต่ว่าได้ชัวร์ๆ ก็เลยจดบทสนทนาไว้ในสมุดบันทึก ว่าคุยกันไว้แบบนี้
ได้คอนเฟิร์มตั๋วเรือแล้ว โทรไปจองโรงแรมที่เกาะเต่าอีกรอบ (2วันก่อนเดินทาง)
คราวนี้ จนท. คนใหม่คุย ขอให้เราโอนเงินมัดจำ 50 เปอร์เซ็นต์ไปให้
เราบอกว่าเราไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ตั้งแต่ติดต่อมา ขอใ้ห้ จนท.
ส่งใบจองและรายละเอียดการโอนเงินมาทางอีเมลล์ให้ด้วย
รุ่งขึ้นได้รับอีเมลล์ใบจองโรงแรม ตอนบ่ายเราโอนเงินไปให้
โอนเสร็จ ส่งแฟกซ์ไปให้ที่โรงแรม ส่งแฟกซ์เสร็จ โทรไปแจ้งโรงแรม
ว่าส่งไปแล้ว ได้รับรึเปล่า..เขียนรายละเอียดเรือไปด้วยว่าไปถึงกี่โมง เป็นอันจบ
คำถามในใจ
ทำไมชั้นต้องอยากไปพักโรงแรมนี้นักหนาเนี่ย ทั้งๆที่โทรไปถามตั้งแต่ครั้งแรก
ก็ไม่ประทับใจในบริการแล้ว และครั้งต่อๆมาด้วย แต่ภาษาที่เขียนมาในเมลล์นี่
ดูจะรู้สึกของคุณมากๆ ที่เราไปใช้บริการ..
ถ้าเราเป็น จนท. จะไม่พูดว่า "หนูมีลูกค้าหลายคน จำได้ไม่หมดหรอก "
แต่เราจะพูดว่า "ขอโทษนะคะ คุณชื่ออะไรคะ ติดต่อกับ จนท ชื่ออะไรไว้คะ"
เรื่องรายการจองเหมือนกัน เราโทรไปจองก่อนเดินทาง 9 วัน
แต่ไม่ทำการจองให้ ไม่มีลายลักษณ์อักษร รอถึงเมืองไทย รอรายละเอียดเรือ
ทำไมไม่ออกรายการจองมาส่งให้ทางเมลล์ กำหนดเวลาโอนเิงินมัดจำล่วงหน้า
ถ้าช้ากว่านี้ก็ยกเลิกการจองของเราไป แต่ไม่ทำให้เรา
ส่วนรายการเรือ ก็บอกไปว่าจองเรือลมพระยา ไปถึงท่าเรือเกาะเต่า 8.30 น.
แค่นี้ไม่พอ ยังอยากจะได้ชื่อเรืออีก ต้องการข้อมูลที่แน่นอนมากๆ จากลูกค้า
ปล. ช่วงปรานีวุ่นวาย เกาะเต่าเย็นชา คุณสามีบอกว่า ถ้าปรานีไม่พอใจ
ก็เปลี่ยนโรงแรมเถอะ หาโรงแรมอื่นก็ได้ บอกไปว่า หาไม่ได้หรอกค่ะที่รัก
ที่นี่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดแล้ว ในเวลานี้ และหลังจากนี้เราคงไม่ได้อีกหรอก
เพราะมันลำบากเหลือเกิน
วันนี้ไม่มีแขกเลย เราเลยนั่งกัน2คนสบาย แต่คนขับท่าทางจะไม่ได้นอน
เราเลยต้องคอยชวนคุยไปเรื่อยๆ หาลูกอมให้แกอมตลอดทาง
รถตู้มาถึงข้าวสารบ่ายเกือบบ่าย 3 ให้ทิปคนขับ 20 บาท
มาถึงก็ไปติดต่อที่บริษัทลมพระยา เราจองตั๋วไว้แล้วทางเน็ต
แรกๆก็มีปัญหาจ่ายเงินตัดบัตรเรียบร้อย แต่ไม่มีคอนเฟิร์ม
ต้องเช็คกันวุ่นวาย สุดท้ายก็หาบุ๊คกิ้งเราเจอ ค่ารถ+เรือ 2 คน 3300 บาท
ตอนแรกเราว่าจะนั่งเครื่องไปลงสมุยแล้วต่อเรือ ตกคนละเกือบ 10000บาท
เลยบอกงั้นเรานั่งรถทัวร์เหอะ เอาส่วนที่เหลือมาจากค่าโรงแรมแทน
ฝากกระเป๋าไว้ที่ทัวร์ แล้วเราก็ไปเดินเล่นที่ข้าวสารกัน เดินหาซื้อยากันยุง
มาเช็คอินตอน 1 ทุ่มครึ่ง และรอรถ 3 ทุ่ม รถที่มารับนี่ก็ขับมาส่งแขก
จากชุมพรรอบบ่ายโมง แล้วรับแขกกลับรอบ 3 ทุ่มนี่เลย ใช้งานคุ้มดี
กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับบนรถ เพราะมันสั่น สงสารคุณสามีมาก พามาลำบาก
นั่งรถมาถึงท่ามะขาม ตี 5 แล้วรอเรือออกตอน 7 โมงเช้า
นึกว่ามีกาแฟฟรี แต่ไม่มีฟรแฮะ จ่ายไปแก้วละ 35 บาท
พอ 7 โมงเรือออก เราไปจองที่นั่งบนเรือ เอาชั้น 3 ละกัน ชมวิว เช้าๆแดดไม่ร้อน
นั่งเรือไปชั่วโมงครึ่ง เรือไปจอดท่าแรกที่เกาะนางยวน
เห็นสันทรายขาวๆ แล้วก็ขอแชะหน่อยละกัน เดี๋ยวจะมาแวะนะจ๊ะ มีเวลาเยอะเลย
แล้วเรือก็มาจอดท่าที่ 2 เกาะเต่า ลงเรือก็มารอรับกระเป๋า แล้วไปรอรถโรงแรม
ทางโรงแรมบอกว่าจะมีรถมารับ คนขับใส่เสื้อสีส้ม ถือป้ายรออยู่
ออกไปทางเดินก็เจอเลยป้ายชื่อเรา นางปรานี......เห็นนางนำหน้ารู้สึกว่าตัวเองแก่จัง
รถมาส่งที่โรงแรม เราก็ไปเช็คอินเอากระเป๋าเก็บเข้าห้อง แล้วไปนั่งดื่มซะหน่อย
ดื่มเสร็จพากันมานอนเอาแรงที่ห้อง วันนี้ไม่ทำอะไรจะนอน เมื่อคืนไม่ได้นอนกันเลย
ตื่นมาก็สำรวจห้อง เราพักห้องดีลักซ์ ตอนแรกจะจองบังกะโล แต่เปลี่ยนใจ
กลัวว่ามันจะไกลหาด คุณสามีบอกว่ามาเที่ยวทะเล ก็ให้มันใกล้ทะเลหน่อย
แต่พอมาถึงโรงแรมแล้ว บังกะโลกะดีลักซ์ บังกะโลใกล้หาดกว่าอีก 555
ห้องก็กว้างขวางดี มี 1 เตียงใหญ่ กะ 1 เตียงเล็ก ห้องน้ำฝักบัวธรรมดา
ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ ดูมีคราบเหลืองๆที่ส้วม และผ้ายางกั้นอาบน้ำ
ท่อน้ำก็มีกลิ่น ประตูห้องก็ปิดไม่ค่อยสนิท ดูไม่ค่อยหนาแน่น
ท่ามีโจรมาแงะนี่ก็ไม่น่ายาก
อ่าวโฉลกบ้านเก่า อ่าวกว้างจริง วันแรกที่ไปถึง กลิ่นทะเลแรงมาก กลิ่นเค็ม
แมลงวันก็เยอะจริงๆ กินข้าวไป ก็มีพนักงานมาไล่แมลงวันให้ด้วย
--------------------------------------------------------------
เล่าประสบการณ์จองโรงแรม
กลับไทยทุกครั้งเราจะเป็นคนจองโรงแรม โดยใช้ชื่อเราจอง ชื่อไทยๆนี่ล่ะ
เหตุผล ถ้าใช้ชื่อเราจอง เวลาไปเอากุญแจที่ฟรอนท์ เขาจะได้ไม่ถามหา
บัตร ปชช เพราะถ้าเขาเกิดถามขึ้นมาเพราะคิดว่าเป็นอีหนู ตามที่เคยอ่านเจอในเน็ต
คุณสามีถามว่า แล้วทำไมคุณไม่ใช้ว่า มาดาม....+นามสกุลผม
เราตอบว่าไม่กล้าใช้หรอก เพราะ บัตร ปชช หรือ พาสปอร์ต ไม่ได้เปลี่ยนตามนั้น
เดี๋ยวเขาหาว่าโมเมหรือโอ้อวด...คิดมากไปรึเปล่าเนี่ย เอาน่ากันไว้ดีกว่าแก้
เวลาเช็คอิน ยื่นพาสปอร์ตตลอด พาสฯไทยนี่ล่ะ แล้ว จนท. ก็จะบอกว่า
บัตร ปชช ก็ได้ค่ะพี่ เราก็จะบอกว่า พาสฯนี่ล่ะ พี่รู้สึกปลอดภัยดี
ที่โรงแรมนี้ ก็เช็คราคาจากเว็บ สุดท้ายลองโทรติดต่อโรงแรมโดยตรง
ได้ราคาถูกกว่า
ครั้งแรกโทรไปสอบถามราคา แจ้งว่าจะโทรไปติดต่อทีหลัง
ขอชื่อเจ้าหน้าที่ไว้ และก็ให้ชื่อเรากับเจ้าหน้าที่ไว้ด้วย
รุ่งขึ้นโทรไปคอนเฟิร์มว่าจะจองห้อง ตอนโทรไปบอกว่า ที่โทรมาติดต่อไว้เมื่อวาน
จองห้องพัก 9 คืน ยังไม่ได้บอกชื่อ เจ้าหน้าที่บอกว่า "พี่คะ ลูกค้าหนูมีหลายคน จำไม่ได้หรอกค่ะ"
คิดในใจ ก็กำลังจะบอกชื่ออยู่นี่ไง เราผิดเองล่ะ ที่ไม่ได้บอกชื่อก่อน
พอคุยรู้เรื่อง เราก็ถามเรื่องจ่ายเงิน เราบอกว่าตอนนี้เรายังอยู่เมืองนอก
ถ้าเราไปถึงไทยแล้วจะโอนเงิน แต่ตอนนี้ขอจองให้ก่อน เจ้าหน้าที่บอกว่า
งั้นถึงเมืองไทยแล้ว ค่อยโทรมาจองอีกที นึกในใจ ตูจะได้ห้องไหมวะเนี่ย
พอเดินทางถึงเมืองไทยได้วันที่ 2 โทรไปแจ้งทางโรงแรมอีกว่าจองห้องนะ
และขอรายละเอียดการจ่ายเงินมัดจำ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ทางโรงแรมบอกว่า
จะออกใบให้ได้ ต้องได้รายการเดินทางของเราไปถึงเกาะเต่าด้วย จะได้ไปรับถูก
แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้คอนเฟิร์มจากเรือลมพระยา ก็เลยไม่มีให้ และยังไม่ได้จองโรงแรมที่เกาะเต่า
หลังจากที่เราโทรไปจัดการเรื่องตั๋วเรือที่ไม่เจอบุ๊คกิ้ง จนมีบุ๊คกิ้ง
เราขอให้ส่งใบคอนเฟิร์มเรือมาให้ทางเมลล์ จะได้เอาไปเช็คอิน แต่ก็ไม่ได้ส่งมา
จนท. ได้แต่บอกว่า มีหมายเลขบุ๊คกิ้งและหมายเลขคอนเฟิร์ม ก็เช็คอินได้
เราถามว่าแน่ใจนะว่าเช็คอินได้เพราะไม่อยากมีปัญหาทีหลัง จนท. คอนเฟิร์ม
เราถามชื่อ จนท. ไว้ จะได้เอาไปอ้างอิงถ้ามีปัญหา แต่เขาไม่ให้
บอกแต่ว่าได้ชัวร์ๆ ก็เลยจดบทสนทนาไว้ในสมุดบันทึก ว่าคุยกันไว้แบบนี้
ได้คอนเฟิร์มตั๋วเรือแล้ว โทรไปจองโรงแรมที่เกาะเต่าอีกรอบ (2วันก่อนเดินทาง)
คราวนี้ จนท. คนใหม่คุย ขอให้เราโอนเงินมัดจำ 50 เปอร์เซ็นต์ไปให้
เราบอกว่าเราไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ตั้งแต่ติดต่อมา ขอใ้ห้ จนท.
ส่งใบจองและรายละเอียดการโอนเงินมาทางอีเมลล์ให้ด้วย
รุ่งขึ้นได้รับอีเมลล์ใบจองโรงแรม ตอนบ่ายเราโอนเงินไปให้
โอนเสร็จ ส่งแฟกซ์ไปให้ที่โรงแรม ส่งแฟกซ์เสร็จ โทรไปแจ้งโรงแรม
ว่าส่งไปแล้ว ได้รับรึเปล่า..เขียนรายละเอียดเรือไปด้วยว่าไปถึงกี่โมง เป็นอันจบ
คำถามในใจ
ทำไมชั้นต้องอยากไปพักโรงแรมนี้นักหนาเนี่ย ทั้งๆที่โทรไปถามตั้งแต่ครั้งแรก
ก็ไม่ประทับใจในบริการแล้ว และครั้งต่อๆมาด้วย แต่ภาษาที่เขียนมาในเมลล์นี่
ดูจะรู้สึกของคุณมากๆ ที่เราไปใช้บริการ..
ถ้าเราเป็น จนท. จะไม่พูดว่า "หนูมีลูกค้าหลายคน จำได้ไม่หมดหรอก "
แต่เราจะพูดว่า "ขอโทษนะคะ คุณชื่ออะไรคะ ติดต่อกับ จนท ชื่ออะไรไว้คะ"
เรื่องรายการจองเหมือนกัน เราโทรไปจองก่อนเดินทาง 9 วัน
แต่ไม่ทำการจองให้ ไม่มีลายลักษณ์อักษร รอถึงเมืองไทย รอรายละเอียดเรือ
ทำไมไม่ออกรายการจองมาส่งให้ทางเมลล์ กำหนดเวลาโอนเิงินมัดจำล่วงหน้า
ถ้าช้ากว่านี้ก็ยกเลิกการจองของเราไป แต่ไม่ทำให้เรา
ส่วนรายการเรือ ก็บอกไปว่าจองเรือลมพระยา ไปถึงท่าเรือเกาะเต่า 8.30 น.
แค่นี้ไม่พอ ยังอยากจะได้ชื่อเรืออีก ต้องการข้อมูลที่แน่นอนมากๆ จากลูกค้า
ปล. ช่วงปรานีวุ่นวาย เกาะเต่าเย็นชา คุณสามีบอกว่า ถ้าปรานีไม่พอใจ
ก็เปลี่ยนโรงแรมเถอะ หาโรงแรมอื่นก็ได้ บอกไปว่า หาไม่ได้หรอกค่ะที่รัก
ที่นี่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดแล้ว ในเวลานี้ และหลังจากนี้เราคงไม่ได้อีกหรอก
เพราะมันลำบากเหลือเกิน
Nov 15, 2015
Long voyage with Thai Bus.
Nowsaday , dosmestic flight in Thailande, there are low cost airways service in many province. But somewhere , voyager by bus, tour bus or mini van still important although with a short voyage or long voyage.
With a long voyage by bus minimum 3-4 hrs. They will stop one time at a big parking for 20 minuites, so here you can bue get out to use a toilet , have a cigaret or have a meal. Around there, you can do shopping in minii mart,there are snack,water mile, food local souvenir, fruit in season.
For me I can do all in 20 minuites.
With a long voyage by bus minimum 3-4 hrs. They will stop one time at a big parking for 20 minuites, so here you can bue get out to use a toilet , have a cigaret or have a meal
For me I can do all in 20 minuites.
Nov 7, 2015
Jatujak Weekend Market, Bangkok, Thailand ep.1
Enjoy your shopping here. Jatujak market or weekend market is land mark to visit in Bangkok. Many toursit were there to buy suvenir from Thailand. Here, there are many product, Clothes, handmade, craftwood, giftshop, food, brico, hobby, card, plante, animal. one day is not enough.
How to go there. : You can go there by take sky train direction to Mochit station (last station). or metro @ Phaholyotin station.
How to go there. : You can go there by take sky train direction to Mochit station (last station). or metro @ Phaholyotin station.
Nov 6, 2015
Ao-Nang Beach
เดินเล่นอ่าวนาง ตอนแรกไม่ได้เดินเล่น นั่งรถเล่น ด้วยความที่ไม่รู้ว่า มันไม่ไกลมาก เดินกันได้
เราสองคนก็ออกมาเรียกรถสองแถวไปส่งที่อ่าวนาง..555...คนละ 20 บาท นั่งรถไปชั่วแป๊บเดียว
ถึงแล้วครับ เชิญลง..โห..แค่นี้เองหรอเนี่ย ชั้นจะเสียเงินค่ารถเพื่อ....อะไร...555
ก็เดินเล่นเตร็ดเตร่ ดูโน่นนั่นนี่ ที่กระบี่นี่ ถนนก็เหมือนพัทยานะ ถนนคั่น แล้วก็หาดน่
เราก็ไปสำรวจว่าร้านค้ามีอะไรน่าสนใจมั่ง มี7-11 กี่ที่ ร้านขายยา ธนาคาร..ร้านเน็ต..โอเค ครบ
ปล.ตอนเราไปนี่ปลายเมษานะ ร้อนสุดๆ ฝนตกบ้างหยุดบ้าง
ตอนเดินมาเรียกรถสองแถวแดง เห็นร้านวังทรายซีฟู้ดเจ้าดังแห่งพันทิพด้วย เดี๋ยวจัดให้
เรามากินกันวันที่ 3 มั้ง ไปสักทุ่มได้ ที่อยากกินคือหอยชักตีนน้ำจิ้มทะเล คงจะเด็ด
พอไปถึงคนเยอะมาก ต้องรอให้เขากินอ่ิ่มก่อน อันนี้ข้อผิดพลาดเราเองล่ะ ที่ไม่เช็คก่อน
ไม่คิดว่าคนเยอะขนาดนี้ พอได้โต๊ะก็สั่งอาหารเลย แต่ว่ารอนานนิดหน่อย
เนื่องจากคนเยอะ มันเลยดูวุ่นวายๆ เด็กเสิร์ฟก็จะชนกัน คนมาใหม่ก็มารอ
ตอนกินนี่ กินเหมือนรีบๆ ไม่ได้นั่งสบายๆสักเท่าไร พี่เป้าบอกว่าเหมือนกิจกรรมอะไรสักอย่างนึง
อาหารประทับใจ รสชาติดี ไม่แพง อย่างที่ทราบ แต่บรรยากาศแล้ว ไม่ผ่านเท่าไร เราไปเจอวันวุ่นวาย

วิวๆ สวยๆ

เดี๋ยวนี้มีกลยุทธ์การขายแบบใหม่ เอเจนท์ทัวร์จะเขียนว่า Tourist Information...

-เดินตามหาร้าน 7 - 11 เราชอบวิวภูเขา

โซนร้านนวด...ถ้าใครเดินเล่นไปจนถึงท่าเรือหางยาว แล้วตรงเข้าไปอีกนะ จนสุดถนน
จะเห็นโซนร้านนวด เราไปเห็นแรกๆเราก็ตื่นๆนะ ไม่เข้าใจระบบของที่นี่
ตั้งแต่ต้นซอยเลยจะมีคนถือโบรชัวร์เล็กๆ พร้อมถุงสับปะรดเชิญชวนให้ไปนวด แต่เราก็ไม่รับนะ
จนเราเดินเลยเข้าไปถึงข้างใน เห็นร้านนวด และโต๊ะนั่งชายหาด เจ้าของก็จะร้องบอกเราว่านั่งฟรีนะ
ในใจก็คิด ฟรีจริงหรือเปล่าอ่ะ เดี๋ยวมาชาร์ตเงินที่เราจะเอาไงดีล่ะนี่
จนไปถึงร้านนึง เลยตัดสินใจนั่งกัน ลองดูสิ จะฟรีจริงไหม เจ้าของก็ต้อนรับขับสู้ดี.
พอเรานั่งปุ๊บ ก็เอา กล้วย สับปะรดมาให้กินทันที บอกว่า ทานฟรี..ตกใจไปอีกนะเนี่ย
สักพักป้ามาถาม จะเอาหมอน หรือจะเสื่อนอนเล่นก็บอกนะ บริการฟรี...ฟรีอีกแล้ว แล้วเค้าได้อะไรละเนี่ย
จะถึงบางอ้อก็ตอนที่ป้าบอกว่ามีน้ำ เครื่องดื่มด้วยนะ ถ้าต้องการ ข้าวเหนียวไก่ทอดก็มี
อ๋อ คล้ายๆร้านค้าเล็กๆ แต่เน้นนวดเป็นหลัก ของกินรายได้เสริม ราคาก็แพงกว่าข้างนอกนิดหน่อย
เชิญแขกมานั่งฟรีก็อาศัยขายน้ำ ขายข้าว ส่วนมากคนที่เคยมานั่งแล้ว ก็จะมานั่งอีกเรียกว่าแขกประจำ
และเราก็กลายเป็นแขกประจำของร้านนี้ไปเลย มันเหมือนคุ้นเคยไปแล้วอ่ะ จะเปลี่ยนก็เกรงใจ
ก็เลยสอบถามได้ความว่า เช่าที่ที่ชายหาดเปิดร้านนวด ซึ่งมีอยูประมาณไม่เกิน 20 ร้านมั้ง
ป้าก็ใจดี อยากกินส้มตำก็ให้ไปซื้อให้ได้ บางวันป้าทำขนมจีนมากินกัน ก็ชวนเรากินด้วย

หาดอ่าวนาง วิวสวยจัง

หน้าหาด และเก้าอี้ชายหาดของร้านนวดที่มีไว้ให้ลูกค้านั่ง

ไปเดินเล่นบ้าง ว่าจะข้ามเขาไปดูโรงแรม 5 ดาวสักหน่อย แต่ไม่ได้ใส่รองเท้าไปเลยอด

วันที่เท่าไรเอง เราก็เปลี่ยนสีแล้วอ่ะ


รถสองแถวที่วิ่งเข้าเมืองกระบี่ สุสานหอย

เรือหางยาวไปเที่ยวเกาะ แต่เราไม่ได้นั่งเรือหางยาวกันเลย ใจก็อยากนั่ง อีกใจก็กลัว

วิวชายหาดยามเย็น ตอนไปกินข้าว

อ่าวนางยามเย็น

เราสองคนก็ออกมาเรียกรถสองแถวไปส่งที่อ่าวนาง..555...คนละ 20 บาท นั่งรถไปชั่วแป๊บเดียว
ถึงแล้วครับ เชิญลง..โห..แค่นี้เองหรอเนี่ย ชั้นจะเสียเงินค่ารถเพื่อ....อะไร...555
ก็เดินเล่นเตร็ดเตร่ ดูโน่นนั่นนี่ ที่กระบี่นี่ ถนนก็เหมือนพัทยานะ ถนนคั่น แล้วก็หาดน่
เราก็ไปสำรวจว่าร้านค้ามีอะไรน่าสนใจมั่ง มี7-11 กี่ที่ ร้านขายยา ธนาคาร..ร้านเน็ต..โอเค ครบ
ปล.ตอนเราไปนี่ปลายเมษานะ ร้อนสุดๆ ฝนตกบ้างหยุดบ้าง
ตอนเดินมาเรียกรถสองแถวแดง เห็นร้านวังทรายซีฟู้ดเจ้าดังแห่งพันทิพด้วย เดี๋ยวจัดให้
เรามากินกันวันที่ 3 มั้ง ไปสักทุ่มได้ ที่อยากกินคือหอยชักตีนน้ำจิ้มทะเล คงจะเด็ด
พอไปถึงคนเยอะมาก ต้องรอให้เขากินอ่ิ่มก่อน อันนี้ข้อผิดพลาดเราเองล่ะ ที่ไม่เช็คก่อน
ไม่คิดว่าคนเยอะขนาดนี้ พอได้โต๊ะก็สั่งอาหารเลย แต่ว่ารอนานนิดหน่อย
เนื่องจากคนเยอะ มันเลยดูวุ่นวายๆ เด็กเสิร์ฟก็จะชนกัน คนมาใหม่ก็มารอ
ตอนกินนี่ กินเหมือนรีบๆ ไม่ได้นั่งสบายๆสักเท่าไร พี่เป้าบอกว่าเหมือนกิจกรรมอะไรสักอย่างนึง
อาหารประทับใจ รสชาติดี ไม่แพง อย่างที่ทราบ แต่บรรยากาศแล้ว ไม่ผ่านเท่าไร เราไปเจอวันวุ่นวาย
วิวๆ สวยๆ
เดี๋ยวนี้มีกลยุทธ์การขายแบบใหม่ เอเจนท์ทัวร์จะเขียนว่า Tourist Information...
-เดินตามหาร้าน 7 - 11 เราชอบวิวภูเขา
โซนร้านนวด...ถ้าใครเดินเล่นไปจนถึงท่าเรือหางยาว แล้วตรงเข้าไปอีกนะ จนสุดถนน
จะเห็นโซนร้านนวด เราไปเห็นแรกๆเราก็ตื่นๆนะ ไม่เข้าใจระบบของที่นี่
ตั้งแต่ต้นซอยเลยจะมีคนถือโบรชัวร์เล็กๆ พร้อมถุงสับปะรดเชิญชวนให้ไปนวด แต่เราก็ไม่รับนะ
จนเราเดินเลยเข้าไปถึงข้างใน เห็นร้านนวด และโต๊ะนั่งชายหาด เจ้าของก็จะร้องบอกเราว่านั่งฟรีนะ
ในใจก็คิด ฟรีจริงหรือเปล่าอ่ะ เดี๋ยวมาชาร์ตเงินที่เราจะเอาไงดีล่ะนี่
จนไปถึงร้านนึง เลยตัดสินใจนั่งกัน ลองดูสิ จะฟรีจริงไหม เจ้าของก็ต้อนรับขับสู้ดี.
พอเรานั่งปุ๊บ ก็เอา กล้วย สับปะรดมาให้กินทันที บอกว่า ทานฟรี..ตกใจไปอีกนะเนี่ย
สักพักป้ามาถาม จะเอาหมอน หรือจะเสื่อนอนเล่นก็บอกนะ บริการฟรี...ฟรีอีกแล้ว แล้วเค้าได้อะไรละเนี่ย
จะถึงบางอ้อก็ตอนที่ป้าบอกว่ามีน้ำ เครื่องดื่มด้วยนะ ถ้าต้องการ ข้าวเหนียวไก่ทอดก็มี
อ๋อ คล้ายๆร้านค้าเล็กๆ แต่เน้นนวดเป็นหลัก ของกินรายได้เสริม ราคาก็แพงกว่าข้างนอกนิดหน่อย
เชิญแขกมานั่งฟรีก็อาศัยขายน้ำ ขายข้าว ส่วนมากคนที่เคยมานั่งแล้ว ก็จะมานั่งอีกเรียกว่าแขกประจำ
และเราก็กลายเป็นแขกประจำของร้านนี้ไปเลย มันเหมือนคุ้นเคยไปแล้วอ่ะ จะเปลี่ยนก็เกรงใจ
ก็เลยสอบถามได้ความว่า เช่าที่ที่ชายหาดเปิดร้านนวด ซึ่งมีอยูประมาณไม่เกิน 20 ร้านมั้ง
ป้าก็ใจดี อยากกินส้มตำก็ให้ไปซื้อให้ได้ บางวันป้าทำขนมจีนมากินกัน ก็ชวนเรากินด้วย
หาดอ่าวนาง วิวสวยจัง
หน้าหาด และเก้าอี้ชายหาดของร้านนวดที่มีไว้ให้ลูกค้านั่ง
ไปเดินเล่นบ้าง ว่าจะข้ามเขาไปดูโรงแรม 5 ดาวสักหน่อย แต่ไม่ได้ใส่รองเท้าไปเลยอด
วันที่เท่าไรเอง เราก็เปลี่ยนสีแล้วอ่ะ
รถสองแถวที่วิ่งเข้าเมืองกระบี่ สุสานหอย
เรือหางยาวไปเที่ยวเกาะ แต่เราไม่ได้นั่งเรือหางยาวกันเลย ใจก็อยากนั่ง อีกใจก็กลัว
วิวชายหาดยามเย็น ตอนไปกินข้าว
อ่าวนางยามเย็น
Subscribe to:
Posts (Atom)


